
พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้ว่า บุคคลใดที่มีความเพียร ในการทำกิจการต่างๆ
ย่อมมีความสำเร็จเป็นผลตอบแทน คนเราถ้ามัวแต่รำพึงถึงความหลัง ก็มีแต่จะหดหาย มัวหวังวันข้างหน้า ก็มีแต่จะละลาย อันใดยังไม่มาถึง อันนั้นก็ยังไม่มี รู้อย่างนี้แล้ว เมื่อมีฉันทะเกิดขึ้น คนฉลาดที่ไหนจะปล่อยให้หายไปเปล่า ความพยายาม ความพากเพียรทำปัจจุบันให้ดีที่สุดในทุกๆเรื่องเท่านั้น
ที่จะทำให้เราเป็นผู้ประสบความสำเร็จในภายภาคหน้าได้ ตราบใดที่ยังไม่สำเร็จในเป้าหมาย
เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป วิธีการมีหลากหลาย เพียงแต่เรานำมาใช้ให้ถูกเท่านั้นเอง
บางครั้งวิธีการใดวิธีการหนึ่งไม่อาจนำมาซึ่งความสำเร็จ เราก็ต้องใช้ปัญญาพิเคราะห์
เพื่อให้ได้วิธีการที่เหมาะสม ตัวอย่างก็มีให้เห็น ....
พระบรมศาสดากว่าจะบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้ได้
พระองค์ก็ทรงทดลองมามากมายหลากหลายวิธี ครั้งหนักสุดก็คือ
การบำเพ็ญทุกรกิริยา ( กิริยาที่ทำได้โดยยาก ได้แก่การบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุธรรมวิเศษ
ด้วยวิธีการทรมานตนด้วยวิธีต่างๆ )
พระองค์ทรงกระทำทุกรกิริยา เช่น ลดอาหารลงทีละน้อยจนถึงงดเสวย ร่างกายซูบผอม
พระโลมา ( ขน ) มีรากเน่าหลุดออกมา แลเห็นพระอัฐิได้ชัดเจน ไปทั่วพระวรกาย
การกลั้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาติดต่อกันเป็นเวลา ๖ ปี
จนมีพระวรกายผ่ายผอม แต่ก็ยังคงไม่ได้พบหนทางหลุดพ้นจากทุกข์ได้
ในที่สุดพระองค์ก็ทรงค้นพบวิธีการเอาชนะความทุกข์ได้
ด้วยการใช้สติปัญญาพิจารณาจนเกิดความรู้แจ้ง ก่อนที่พระองค์จะได้ตรัสรู้
พระองค์ต้องใช้ความเพียรพยายามอย่างมาก ที่จะเอาชนะตัวพระองค์ให้ได้
และสุดท้ายพระองค์ก็ทรงประสบความสำเร็จ ผลแห่งการตรัสรู้ ยังถือเป็นแบบอย่างแก่มนุษย์
ผู้มีความเพียรมุ่งพยายามอย่างแน่วแน่ที่จะ กระทำสิ่งที่ทำได้ยาก
จนประสบความสำเร็จและได้ก่อประโยชน์แก่ชาวโลกอย่างมหาศาล
๚ะ๛
คนเราทุกคนก็เช่นกัน ถ้ามีความพากเพียรในการทั้งปวงแล้ว
ความสำเร็จย่อมไม่ไกลเกินเอื้อม