บันทึกเรื่องราว ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓
พระเทพญาณเวที อายุ ๘๕ ปี พรรษา ๖๔
นามเดิม สุเธียร เดชอูป เกิดวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๗
ภูมิลำเนา ณ บ้านเลขที่ ๑๓๔ หมู่ที่ ๕ ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน
บรรพชาเมื่อวัน ที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ และอุปสมบทเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๗
ณ วัดบ้านโฮ่งหลวง ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน
มีเจ้าอธิการบุญมา สีลาภิรโต หรือ พระครูศีลาภรณ์พิมล อดีตเจ้าคณะอำเภอบ้านโฮ่ง
วัดบ้านโฮ่งหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์
วิทยฐานะ ครู พ. เปรียญธรรม ๔ ประโยค นักธรรมเอก และ พุทธศาสตร์บัณฑิต (กิตติมศักดิ์)
อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๗ อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำพูน
อดีตรองเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร
พำนัก ณ คณะอัฏฐารส วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร พระอารามหลวง
มีผลงานเด่นในการปาฐกถาธรรมเคยบรรยายธรรม ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
จังหวัดลำพูนเป็นประจำ ต่อมาสุขภาพไม่อำนวย จึงได้มอบหมายให้พระภิกษุรูปอื่นบรรยายแทน
รวมทั้งสามารถเทศนาธรรมแบบพื้นเมืองได้อย่างลึกซึ้ง
เป็นที่นิยมของศรัทธาประชาชนทั้งชาวจังหวัดลำพูนและใกล้เคียงอย่างมาก
นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการวางแผน การจัดทำโครงการการสอนภาษาบาลี
เป็นวิทยากรบรรยายในโอกาสต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
และพัฒนากิจการงานพระพุทธศาสนา และคณะสงฆ์ในจังหวัดลำพูนให้ก้าวหน้าตลอดมา
ค่าวส่งสการ
สุคันธา มาลาดอกไม้ นบขึ้นไหว้ เหนือเกล้าเกศี
กระบวนถ้อย มาร้อยวจี๋ ตามบทกวี ล้านนาแห่งห้อง
เมินมีมา ได้เล่าจ๋าถ้อง ตามครรลอง ว่าไว้
เรื่องส่งสการ โบราณก๊อนไก๊ ต๋ามตี้ได้ ยินมา
ฝูงคนมนุษย์ ในศาสนา แห่งองค์พุทธา โคดมท่านเจ้า
เป็นพิธีกรรม ตำนานแบบเบ้า สืบเยื่องเดิมออน แต่ไท้
สังฆะครูบา ลาสังขารไว้ แป๋งผาสาทเจ้า หลังงาม
ยึดถือแต่เก๊า ไต่เต้าติดต๋าม ชาดกบอกความ ในธัมม์พระเจ้า
สัพพะสัตว์หนอ มาผ่ออยู่เฝ้า แสนม่วนเริงเลา สะง๊า
หัสดินทร์ บินอยู่เหนือฟ้า จึงสมมุติสร้าง วางลง
มีหัวเป็นจ๊าง มีหางเป็นหงษ์ เลื่อมลายยง ไผจักเปรียบได้
งามแต๊หนอ ทั่วโขงลุ่มใต้ สัตว์หิมพานต์ อย่างนั้น
จตุรมุข หลายเหลี่ยมหลายจั๊น เป็นเรือนเอกแก้ว พิมาน
กำลังนกหัสฯ นักกว่าช้างสาร พาสู่นิพพาน สวรรค์แหล่งหล้า
คติคนเมือง เลื่องลือเอกอ้า เป็นภูมิปัญญา ถือใช้
โยนกตำนาน ได้จารว่าไว้ คนเล่าสืบถ้อย ยามลูน
สักราชะ ปีเก้าสี่ศูนย์ เชียงใหม่หละปูน ต่างหมองโศกเศร้า
วิสุทธิเทวี นางผู้เป็นเจ้า ได้พิราลัย ล่วงลับ
มาตั๊ดปีขาล ย้อนกาเลนับ จึ่งเป็นแบบเบ้า สืบมา
แป๋งบุษบก นกหัสฯงามตา แสนหลวงพระยา ได้สั่งหื้อสร้าง
เจาะเมฆกำแพง เป็นหนทางกว้าง ลากแม่สะดึง ฉุดชัก
ด้วยแรงช้างสาร เหล่าคนมากนัก สู่ข่วงวัดโลก โมฬี
จึงเป็นฮีตเก๊า สืบหลายร้อยปี เป๋นป๋าเวณี ปอยล้อว่าอั้น
เจ้าขุนมูลนาย ละตายจากบ้าน สืบฮีตนี้มา ทั้งนั้น
อดีตกาเล ผาสาทเหลี่ยมจั๊น บ่มีก่อนอั้น ปากบาน
แป๋งแมวครอบศพ เอาไม้มาสาน มีแต่โบราณ ผะญ๋าคนเฒ่า
ถัดต่อมา เมินนานขวบเข้า เปลี่ยนเป๋นหลังเปียง ใส่ไว้
หลังก๋ายกาโจง ค่อยมีแป๋งใช้ ใส่ขอนว่าอั้น เมืองเฮา
หมู่คนโลกหล้า ท่านข้ากูเขา บ่มีไผเอา ชีวิตรอดได้
เป็นสัจจัง มนุษย์ลุ่มใต้ วัฏจักรมา บ่พ้น
องค์เจ้าพุทธา ได้หาคิดค้น ทางหนีจากห้อง อบาย
เมื่อยังชีวิต จุ่งสร้างใจ๋ก๋าย ความดีเป็นนาย ก่อยเดินไต่เต้า
หมั่นสร้างยังบุญ บ่หื้อหมองเศร้า เป็นหนตางเตียว เลิศฟ้า
สร้างสิ่งงาม บ่หื้อมันช้า เพื่อโลกหน้า จักมี
ถึงเป็นเจ้าจ๊าง มหาเศรษฐี ชื่อเสียงบ่ดี ไผบ่อวดอ้าง
หากเป็นคนจ๋น มีน้ำใจ๋กว้าง ช่วยเหลือเจือจุน พี่น้อง
คนจักกล่าวขาน วาจาแซ่ซร้อง ชื่อเสียงกึกก้อง เนืองนัน
แต่งค่าวกล่าวไว้ หื้อได้เหลียวหัน ชุมื้อคืนวัน สำคัญบ่หน้อย
วาจาวจี ข้าได้เอ่ยถ้อย ต๋ามฮีตแนวฮอย วาทะ
เรื่องส่งสการ ครูบาสังฆะ ผดแผวขุนเจ้า ราชา
หากได้พลาดพลั้ง ขอยกโทษา ผะญ๋าปัญญา ผู้ข้ายังหน้อย
ม่อนขออภัย ตามบทบาทถ้อย สิ่งใดบ่งาม จุ่งละ
ได้ริษนา ต๋ามความมานะ ถวายมอบหื้อ เป็นบุญ
ขอสุขฑีฆะ มาค้ำเกื้อหนุน ศรัทธานาบุญ อยู่สุขทั่วหน้า
ณัฐพงษ์ ปัญจบุรี
สาขาการสอนภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
รจนาแต่งแต้ม

งานส่งสการพระมหาเถระหนเหนือ ที่สถิตอยู่ ณ วัดหลวงลำพูน หรือ ชื่ออย่างเป็นทางการ
เรียกว่า วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ในครั้งนี้
ผมถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่ได้ร่วมงานบุญงานกุศลครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ล้านนา
อีกทั้งยังได้เห็นถึงความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในการส่งสการครั้งนี้
นั่น คือ ฝนทิพย์ได้โปรยปรายลงมาจากฟ้า เพื่อสระสรงส่งดวงวิญญาณหลวงปู่สู่สวรรค์
โดยเหตุการณ์ฝนตกโดยไม่มีสัญญาณบอกใดๆทั้งสิ้น ตกทั้งๆที่ฟ้าสว่างโร่
ตกทั้งๆที่ไม่มีการตั้งเค้าแต่อย่างใด พอหลวงปู่เจ้าอาวาสจุดชนวนเท่านั้น ฝนก็ได้เริ่มลงเม็ด
และหนักขึ้นเรื่อยๆตามกำลังของไฟที่กำลังเผาผลาญปราสาท
และ สรีระร่างกายหลวงปู่พระเทพญาณเวที
ในกาลก่อนที่ผ่านมานั้นวิวัฒนาการต่างๆยังไม่ค่อยดีนักเราจะได้อ่านก็จากหนังสือ
เท่านั้นที่กล่าวถึงประเพณีวัฒนธรรมอันงดงามของชาวล้านนาทั้งปวง
ที่ทำการส่งสการ พระเป็นเจ้า พระมหาเทวี พระเถรานุเถระ ตลอดจนชาวบ้านทั่วไป
โดยการใส่ปราสาทแล้วทำการส่งสการ
แต่ในยุคสมัยนี้มีการถ่ายรูปเพื่อเก็บบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์
เพื่อให้ลูกหลานชาวล้านนาได้ภาคภูมิใจในประเพณีที่งดงาม
ที่เหล่าบรรพชน ตลอดจนสล่า หรือ นายช่าง ที่ได้รังสรรค์ และรักษาไว้
หวังใจไว้ว่าความงดงามในศิลปะวัฒนธรรมต่างๆของล้านนา จะได้รับการสืบทอดเอาไว้
ให้อยู่คู่กับแผ่นดินล้านนา ตราบนานเท่านาน
ในการเดินทางครั้งนี้ขอกราบขอบพระคุณ คุณแม่น้องปุ้ย ที่ได้เป็นธุระเรื่องตั๋วเดินทางกลับ
ที่พักที่สงบ สะอาด ตลอดจนความสะดวกต่างๆในนครลำพูน
ขอขอบคุณ น้องปุ้ย น้องโอ SONY Device Technoly (Thailand)
ที่ช่วยเหลือให้การเดินทางครั้งนี้เป็นไปด้วยดี
ขอบคุณ คุณสุวรรณศรีสันคอกช้าง ประธานชมรมคนรักผาสาท คุณเอ็ม ลำพูน น้องเคิ้น ลำพูน
น้องปาล์ม สันทราย น้องดอน ลำปาง สมาชิกชมรมคนรักผาสาท
รวมทั้งพี่น้องชาวลำพูน เชียงใหม่ ทุกท่าน
ที่ได้ร่วมในการบุญครั้งนี้ ด้วยการอำนวยความสะดวก
และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน อีกทั้งยังมอบความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันด้วย
ทำให้การเดินทางครั้งนี้ไม่เงียบเหงา เต็มไปด้วยความประทับใจครับ
_jpg.jpg)
ครูบอย บ้านเมืองสาตรหลวง นครเชียงใหม่
ขอบคุณครูบอย บ้านเมืองสาตรหลวง นครเชียงใหม่ สล่าเก๊า
ตลอดจนสล่าทุกท่านที่ได้สร้างสรรค์ผลงาน
ในการสร้างผาสาททรงพื้นเมืองล้านนา ที่งดงามสมบูรณ์แบบ
กราบขอบพระคุณพระมหาทศพล แห่งวัดหลวงลำพูนที่กรุณาให้หนังสือมา
สุดท้ายขออนุญาต และ ขอบคุณ น้องเต้นท์ ณัฐพงษ์ ปัญจบุรี ผู้รจนาค่าวส่งสการ
ที่งดงามทั้งด้านภาษา และ ข้อมูล
คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่