บันทึกเรื่องราว ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๒
ขบวนแห่งานบุญสลุงหลวง
การสรงน้ำพระที่ถูกต้องตามประเพณี มิใช้สาดน้ำไปสู่องค์พระอย่างที่บางแห่งปฏิบัติ
แต่จะใช้วิธีตักน้ำจากสลุงเทสู่ รางริน ซึ่งเป็นทางให้น้ำขมิ้น ส้มป่อย น้ำอบ น้ำหอม
ไหลไปสรงองค์พระ อันถือว่าเป็นการสรงน้ำที่ถูต้องตามประเพณี
น้ำที่สรงองค์พระจะไหลไปสู่ภาชนะที่รองรับไว้
และถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวล้านนาในอดีตนำมาประพรมศีรษะ
ร่างกายหรือที่อยู่อาศัยเพื่อควาเป็นสิริมงคล ร่มเย็นเป็นสุขแก่ชีวิตและครอบครัวของตนสืบไป
ชาวนครลำปาง จึงยึดถือประเพณีสรงน้ำองค์พระแก้วมรกตดอนเต้าสืบมาตลอด
การจัดขบวนแห่สลุงหลวง เพื่อรับน้ำขมิ้น ส้มป่อย น้ำอบ น้ำหอม
ถือเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมแต่โบราณซึ่งปัจจุบันสภาพแวดล้อม
แตกต่างจากอดีต สืบเนื่องมาจากความเจริญทำให้สิ่งที่ดีงามลบเลือนหายไปมาก
และสิ่งที่น่าภาคภูมิใจของชาวลำปางอีกประการหนึ่งคือ
" สลุงหลวงเงิน" ทำด้วยเงินหนัก ๓๘ กิโลกรัม หรือ ๒,๕๓๓ บาท มีความกว้าง ๘๙ เซนติเมตร
สูง ๔๙ เซนติเมตร ชาวลำปางได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์เป็นจำนวนถึง ๔๓๒,๓๙๘ บาท
เพื่อจัดสร้างสลุงหลวงเงินขึ้นในปี ๒๕๓๓ ที่ส่วนรอบๆ
ขอบด้านบนภายนอกจารึกเป็นอักษรล้านนา มีข้อความว่า
"สลุงแก่นนี้จาวเมืองลำปางแป๋งต๋านไว้ใส่น้ำอบ น้ำหอม ขมิ้น ส้มป่อย
สระสรงองค์พระเจ้าแก้วดอนเต้า เวียงละกอนในวันปี๋ใหม่เมือง เพื่อค้ำจุนพระศาสนา
ฮอดเติงห้าปันวรรษา"
แปลว่า
"สลุงหลวงใบนี้ชาวเมืองลำปางจัดสร้างถวายไว้ใส่น้ำอบ น้ำหอม ขมิ้ม ส้มป่อย
เพื่อสรงพระเจ้าแก้วดอนเต้า แห่งเวียงละกอน ในวันปีใหม่เมืองลำปาง เพื่อค้ำจุนพระศาสนา
จวบจนห้าพันพรรษา"
วัตถุประสงค์ในการจัดสร้าง สลุงหลวง เพื่อใช้เป็นภาชนะใส่น้ำสรงพระแก้วมรกตดอนเต้า
องค์พระศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน คู่บ้านคู่เมืองลำปาง โดยจัดสร้างให้มีความใหญ่โต
สมศักดิ์ศรีมีความแข็งแรง ทนทาน สอดคล้องกับการใช้สอยในพิธีที่จัดขึ้น
เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของชุมชนชาวลำปาง และเป็นการรักษาวัฒนธรรมให้สืบไป
และเพื่อเป็นการสร้างจุดเด่นและเอกลักษณ์ให้แก่เมืองลำปาง ให้เป็นสมบัติประจำเมือง
โดยมีพิธีบายศรีสู่ขวัญสลุงหลวงเงินของชาวลำปาง ในวันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓
ในขบวนแห่สลุงหลวงเงิน พิธีบายศรีสู่ขวัญครั้งนั้นประกอบด้วย เจ้านายในราชตระกูล ณ ลำปาง
ถือขันเงิน รำฟ้อนพื้นเมืองและดนตรีโตกเส้ง ผู้ร่วมขบวนแต่งกายล้านนา แคร่ แห่สลุงหลวงเงิน
ต่อมาทางชมรมเทิดมรดกเขลางค์นคร ได้จัดสร้างฐานสลุง
ทำด้วยไม้แกะสลักและประดิษฐ์เป็นรูปเทวดารอบๆ ฐานขึ้นอีก ๖ องค์ ในปี ๒๕๓๔
ประกอบเป็นฐานสูง ขนาด ๙๑ เซนติเมตร กว้าง ๘๑ เซนติเมตร บุด้วยเงินบริสุทธิ์หนัก ๑,๕๐๐
บาท (๒๓ กิโลกรัม) หุ้มโดยรอบ
ดูแล้วเป็นสลุงตั้งบนแท่นแลดูสง่างามเข้ากันเป็นอย่างดีทั้งตัวสลุงและฐาน
ในปีเดียวกันชาวลำปางได้ร่วมกันบริจาคเงินสร้างบังวันโลหะเงิน
เป็นเครื่องประดับสลุงอีกอย่างหนึ่ง กำหนดงาน จัดขึ้นในเทศกาล สงกรานต์
กิจกรรม / พิธี ขบวนแห่สลุงเริ่มจากการแห่ตุง (ธง)
ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่เต็มไปด้วยสีสันในขบวนแห่ตุงแต่ละผืน มีความหมายในตัว
มีทั้งตุงสีชมพูอ่อน ชมพูเข้ม สีส้ม สีเหลือง เขียวสลับลายชมพูและฟ้า
ผู้แห่ในขบวนส่วนใหญ่ประกอบด้วยชายฉกรรจ์ โพกผ้าขาวไว้บนศีรษะ
เปลือยกายท่อนบนส่วนท่านล่างบางคนนุ่งกางเกงขาสั้นสีแดงบ้าน สีดำบ้าง
ในขณะทีบางคนนุ่งกางเกงขายาวสีขาว
มีผู้ร่วมขบวนแห่รับร้อยคนแลดูตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้พบเห็น
ต่อจากขบวนตุงกันตระการตา
เป็นขบวนเครื่องสายและเครื่องเป่าที่คอยประโคมให้ขบวนแห่ครบเครื่อง ทั้งสีสันอันสดสวย
และเสียงเครื่องดนตรีขับกล่อมที่สร้างมนต์ตราตรึงให้ผู้พบเห็นได้เข้าถึง พิธีอันศักดิ์สิทธิ์
และเคร่งขรึมนี้ได้ง่ายขึ้น ต่อจากนั้นเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในขบวนแห่ คือ
ชาวลำปางจะอาราธนาพระเจ้าแก้วมรกต และ พระเจ้าแก่นจันทร์
ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะบูชาอย่างสูงของชาวลำปางร่วมในงาน
ประเพณีสงกรานต์ปีใหม่ของเมืองลำปาง
เพื่อให้ผู้คนชาวลำปางได้ร่วมกันสรงน้ำพระพุทธรูปทั้ง ๒ องค์ จากสลุงหลวงเงินสู่ลำรางสรงน้ำต่อไปตามลำดับ
ขอบพระคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ขอบพระคุณเจ้าของรูปทุกท่าน ภาพของท่านประกอบให้บทความนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ทั้งจากส่งสการดอทคอม และ CM 108
งานบุญสลุงหลวงเวียงละกอน
เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่งดงามของนครลำปางบ้านพี่เมืองน้องของนครเชียงใหม่
จึงอยากจะเรียนเชิญทุกท่านได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนสักครั้ง

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่