พิธีไหว้ครูคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ๒๕๕๓

บันทึกเรื่องราว ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓

ปีนี้จัด ในวันที่ ๑ กรกฏาคม ๒๕๕๓ บริเวณลานสัก เป็นครั้งแรกที่เก็บบรรยากาศพิธีอันศักดิ์สิทธิ์
ที่เป็นประเพณีของคณะ วิจิตรศิลป์มานาน รุ่นนี้เป็นรุ่น ที่ ๒๘ แล้ว



พิธีไหว้ครูในแบบล้านนาโบราณของคณะวิจิตรศิลป์ ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี
และ ถือเป็นประเพณีที่สำคัญโดยคณะวิจิตรศิลป์ ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านงานศิลปะ และ การอนุรักษ์
หรือ สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของชาวล้านนา
พิธีไหว้ครูก็ถือเป็นประเพณีที่ชาวล้านนาให้ความสำคัญ
เพราะเป็นประเพณีการเคารพกราบไหว้ครูบาอาจารย์ที่ประสาทวิชาการต่างๆให้

ประเพณีการไหว้ครูแบบโบราณล้านนา ประกอบด้วยริ้วขบวนแห่เครื่องสักการะ
ขบวนแห่ เครื่องเซ่นไหว้ครู โดยนักศึกษา ๖ สาขาวิชา คือ
สาขาวิชาศิลปะไทย สาขาประติมากรรม สาขาจิตรกรรม สาขาภาพพิมพ์ สาขาการ ออกแบบ
และ สาขาวิชาศิลปะการถ่ายภาพ ที่แสดงถึงการเคารพธรรมชาติและสิ่งศักดิ์สิทธิ์

โดยมีขบวน แห่เสลี่ยงหลวงนางแก้ว การบรรเลงดนตรีพื้นเมือง
พร้อมนางรำในเครื่องแต่งกายที่สวยงามตระการตามการแต่งกายที่สวยงาม
ปีนี้เป็นการแต่งกายแบบ เมืองศรีสัตนคนหุตล้านช้างร่มขาวหลวงพระบาง บ้านพี่เมืองน้องของ
เมืองรัตนติงสาอภินวปุรีสรีคุรุรัฏฐพระนครเชียงใหม

พิธีไหว้ครูในแบบล้านนาโบราณของคณะวิจิตรศิลป์
ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปีและถือเป็นประเพณีที่สำคัญ
เพราะคณะวิจิตรศิลป์ได้ก่อตั้งขึ้นมาภายใต้อุดมการณ์อย่างหนึ่งที่ว่า จะเป็นผู้นำทางด้านงานศิลปะและการอนุรักษ์
หรือสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของชาวล้านนาเอาไว้
พิธีไหว้ครูก็ถือเป็นประเพณีที่ชาวล้านนาให้ความสำคัญ เพราะเป็นประเพณีการเคารพกราบ ไหว้ครูบาอาจารย์
โดยเฉพาะความเป็นครูในเชิงช่างและทางศิลปะนั้นจะถือว่าสำคัญยิ่ง
ซึ่งนักเรียนหรือลูกศิษย์ลูกหาทุกคนพึงต้องปฏิบัติ

 

คณะวิจิตรศิลป์จึงได้ถือเอาว่าก่อนเริ่มการศึกษาทางศิลปะ
ควรจะมีพิธีการเคารพกราบไหว้บวงสรวงครูบาอาจารย์ ทั้งในปัจจุบันและในธรรมชาติ
ตลอดจนพระบรมศาสดา สัมมาสัมพุทะเจ้า พระบรมครูของเหล่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
รวมทั้งเหล่าเทพต่างๆตามความเชื่อของชาวล้านนาที่ถือเป็นครูแทบทั้งสิ้น

ซึ่งเป็นครูนี้มีผลอย่างมากต่อการสร้างสรรค์ผลงานและก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ
ให้กับเหล่าศิลปินทั่วไปในล้านนา อีกประการจะได้เป็นการปลูกฝังสิ่งที่ดีงามหรือการรู้จักเคารพครูบาอาจารย์
ตามแบบวัฒนธรรมที่ดีของชาวล้านนาให้กับนักศึกษาน้องใหม่ที่จะเข้ามาศึกษาใน
คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

พิธีการจะ เริ่มตั้งแต่วันก่อนเริ่มงานจริงเราเรียกว่า วันแต่งดา
หมายถึง วันตระเตรียมข้าวของสำหรับการเซ่นไหว้ครูอาจารย์ตามแบบประเพณีล้านนา
ซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องเซ่นไหว้ครู ๖ สาขาวิชาดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

นอกจากนี้ยังมีเครื่องเซ่นไหว้สำคัญที่แสดงถึงการเคารพธรรมชาติ และ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในสากลโลก
ที่นักศึกษาทางศิลปะพึงปฏิบัติ คือ ขันเทวดาอันประกอบไปด้วย หัวหมู ไก่ต้ม อาหารคาวหวาน หมากเมี่ยงผลไม้
ตลอดจนดอกไม้หอมที่ประดับประดาอย่างงดงาม และในวันแต่งดาเดียวกันนี้ทางนักศึกษาได้จัดพิธีสำคัญ
คือ พิธีเลือกตัวแทนนักศึกษาหญิงเพื่อที่จะอัญเชิญขันบายศรีและสิ่งมงคล
เข้าสู่พิธีการไหว้ครูและเรียกขวัญนักศึกษาน้องใหม่ก็คือการเลือก
" นางแก้ว "

นางแก้ว ตามคัมภีร์ล้านนาโบราณ หมายถึง นางอิตถีรัตนะ
คือ นางผู้วิเศษที่มีความเพียบพร้อมดีงาม เป็นนางแก้วของจักรพรรดิ
และ หากออกเรือนแล้วจะกลายเป็นแม่ศรีเรือนที่ทรงค่าที่สุดของชายซึ่งมักจะเรียกว่า
" เมียนางช้างแก้ว "

นอกจากนางแก้วจะเป็นผู้เชิญขันบายศรีขึ้นบนเสลี่ยงหลวงอันงดงามแล้ว
ระหว่างทางที่ ขบวนแห่เครื่องเซ่นไหว้ และ นางแก้ว ผ่าน คือ สันเขื่อนอ่างแก้วขบวนจะหยุดพักให้นางแก้วได้ลงจากเสลี่ยง
เพื่อตักน้ำ อันเป็นมงคลจากอ่างแก้ว คือ พิธีรับน้ำ
"สุคนธ ศรี สินธุธารา สุเทพาธาตุ"
หมายถึง น้ำที่หลั่งไหลมาจากยอดดอยอันศักดิสิทธิ์ ของชาวเชียงใหม่ คือ ดอยสุเทพ

กว่าจะมาถึงวันนี้ได้นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง ต้องมีความอดทนเป็นอย่างสูง
ที่จะต้องปรับตัวเข้ากับ ระเบียบ ประเพณี ในการรับน้องที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน ประมาณ ๒ เดือน
ผู้ที่มีความ อดทนเท่านั้น ที่จะสามารถเข้าสู่พิธีไหว้ครูของคณะวิจิตรศิลป์ได้

เมื่อพบเจอปัญหา อุปสรรค ต่างๆ ก็สามารถที่จะแก้ไขให้ลุล่วงไปด้วยดี
ด้วยสติปัญญา ความสามารถ และ อดทน

พิธีกรรมการไหว้ครูอันงดงามและศักดิ์สิทธิ์ของคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

นางแก้ว ปี ๒๕๕๓

พิธีการคัดเลือกนางแก้ว

พิธีเลือกนางแก้ว คือ จะให้นักศึกษาชั้นปีที่ ๑ ของคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เข้าร่วมพิธีเลือกนางแก้ว ก่อนวันไหว้ครูประจำปีของคณะหนึ่งคืน
พิธีเสี่ยงทายนางแก้วมีหลากหลายวิธี เช่น โดยการให้นั่งหันหลังเป็น ๓ เหลี่ยม
แล้วมีต้นกล้วยอยู่ตรงกลางมีคนทรงทำการตัดต้นกล้วย ให้คนที่ต้นกล้วยตกชี้ไปทางผู้หญิงคนไหน
คนนั้นจะเป็นนางแก้ว อีก ๒ คนที่เหลือ คือ รองนางแก้ว

หลังจากนั้นจะ มีพิธีสรงน้ำนางแก้ว โดยการเอาหญิงนางแก้วนุ่งขาวห่มขาว มาอาบน้ำมนต์
เปลี่ยนจากผู้หญิงธรรมดาให้เป็นผู้หญิงบริสุทธิ์ เหมาะแก่การเป็นตัวแทนตักน้ำศักดิ์สิทธิ์
แล้วจะไม่ให้ผู้ชายเข้าไปใกล้ หรือโดนตัวนางแก้วเลยเป็น เวลา ๑ คืน ๑ วัน
แต่วิธีการเสี่ยงทายจะประกอบไม่เหมือนกันทุกปีมีทั้งเสี่ยงจับเบี้ย
(รุ่นที่ ๒๐ พ.ศ. ๒๕๔๕ จะมีถุงกำมะหยี่สีแดงบรรจุเบี้ยไว้สามถุง ใครจับได้เบี้ยมาก ที่สุดคนนั้นจะเป็นนางแก้ว)
หรือ เสี่ยงจับผ้า (รุ่นที่ ๑๘ พ.ศ. ๒๕๔๓ มีผ้าสะไบสีแดงสามผืนอยู่ในปราสาทไม้ มีอยู่ผืนเดียวที่ยาวที่สุด
ใครจับได้ผืนนั้นได้เป็นนางแก้ว) เป็นต้น

นางแก้ว รองนางแก้ว และ จตุรเทพ

พิธีการเสี่ยงทายคัดเลือกนางแก้ว คือ พิธีกรรมที่ให้ความสำคัญและค่อนข้างที่จะเคร่งครัด
เพราะว่าเคยมีนางแก้วรุ่นที่ ๑๓ เจออาถรรพ์แล้วประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ดอยนางแก้ว
ถนนเชียงใหม่-แม่ ขะจาน

ในวันพิธีไหว้ครูรุ่งขึ้น นางแก้ว จะแต่งกายอย่างวิจิตรงดงาม และเป็นผู้อัญเชิญขันบายศรีขึ้นบนเสลี่ยงหลวง
กลายเป็นขบวนแห่เครื่องบวงสรวงที่สุดอลังการ ระหว่างทางที่ขบวนแห่เครื่องเซ่นไหว้ไปยังบริเวณพิธี
จะข้ามผ่านสันเขื่อนอ่างแก้วขบวนจะหยุดพักให้ นางแก้วได้ลงจากเสลี่ยง
เพื่อตักน้ำอันเป็นมงคลจากอ่างแก้วคือพิธีรับน้ำ

“สุคนธศรี สินธุธารา สุเทพาธาตุ”

หมายถึง น้ำที่หลั่งไหลมาจากยอดดอยอันศักดิสิทธิ์ของชาวเชียงใหม่ นั่นก็คือ ดอยสุเทพ
อันเปรียบประดุจเขาพระสุเมรุแกนกลางของจักรวาล น้ำอันวิเศษนี้ จะถูกนำไปผสมเป็นน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์
ในพิธีการไหว้ครูและเรียกขวัญ รับนักศึกษาน้องใหม่ หลังการเลือกนาง แก้ว นางแก้ว คือ นางผู้ครองเมือง
หรือ เจ้าหญิง ดังนั้น นางแก้ว ก็คือ องค์สมมุติเจ้าหญิงล้านนา
จากนั้นมีพิธีเลือก จตุรเทพ โดยเอาผู้ชายที่ลักษณะกำยำ ๔ คน เหมือนทหาร
เอามาเป็นองครักษ์ ปกป้องนางแก้ว ต้องยืนถือดาบ พระขันธิ์เฝ้าเสลี่ยง ตลอดจนจบพิธีการ ๚ะ๛

กระผมเห็นว่าพิธีกรรมนี้เป็นการแสดงออกถึงความงดงามของวัฒนธรรมล้านนา
และเป็นประเพณีที่ดีงามของคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
จึงขออนุญาตนำภาพและการบรรยายพิธีไหว้ครูวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นี้จาก
คุณ สองปัน (ds2000) เชียงใหม่ ๑๐๘ ดอทคอม
และ คุณ deejingjing จาก ส่งสการ ดอทคอม
มาเผยแพร่ต่อที่ เวบพระนครเชียงใหม่

เพื่อให้ความงดงามของพิธีกรรมนี้จะได้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในวงกว้างมากยิ่งขึ้นอีกทางหนึ่ง

ขอให้ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามเหล่านี้ อยู่คู่กับ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และ แผ่นดินล้านนาตราบนานเท่านาน ๚ะ๛