เอื้องแซะ ของสูงล้ำค่า

เอื้องแซะ

เอื้องแซะ ของสูงล้ำค่า......คนต่ำใต้ลุ่มฟ้าอย่าหมายได้ชมเชย
ตำนานความรักที่ข้องเกี่ยวกับดอกไม้มีอยู่มากมาย เรื่องที่นำมาเล่าครั้งนี้คือเรื่องของ
“เอื้องแซะ” แต่เดิมเบื้องโบราณแต่ก่อนมา
เอื้องแซะถูกจัดว่าเป็นไม้ต้องห้ามของราชวงศ์ล้านนาเมื่อ ๗๐๐ กว่าปีที่แล้ว
เป็นเครื่องสักการะชั้นสูง เป็นบรรณาการ
(ส่วย) อย่างหนึ่งที่ชาวลัวะที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบเชียงใหม่ เชียงราย
แม่ฮ่องสอนส่งให้เจ้ามหาชีวิต หรือกษัตริย์ผู้ครองล้านนาแทนการเกณฑ์แรงงาน
เป็นของสูงค่าจากผืนป่าสู่คุ้มหลวงแลหอคำ คนต่ำใต้ลุ่มฟ้า อย่าหมายว่าจะได้ยล

เอื้องแซะจัดเป็นไม้ตระกูลหวาย ดอกบานในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนมีนาคม
ดอกมีกลิ่นหอม กลีบดอกมีสีขาว เมื่อบานแล้วนานวันเข้าจะกลายเป็นสีแสดแกมเหลือง
ชาวแม่สะเรียงนิยม นำมาบูชาพระ หรือประดับบ้านเรือน โดยปักใส่กระถางที่มีดินทรายพอให้ชื้น
ดอกเอื้องแซะจะส่งกลิ่นหอมอยู่ได้เป็นเวลานาน สาวเมืองเหนือนิยมนำดอกเอื้องมาแซมผม
ชายใดที่เอาเอื้องแซะแซมผมให้คนรัก จะเป็นสิ่งที่ทำให้คนรักรู้ว่า เขารักเธอจริง
ยกย่องเธอเสมอเหมือนที่เอื้องแซะเป็นของสูงก็ต้องคู่ควรกับสาวเจ้า

ตำนานนั้นบอกว่ามีหนุ่มสาวคู่หนึ่ง รักกันมาก
วันหนึ่งผู้บ่าวของสาวเจ้าบอกว่าจะไปหาเงินทองของหมั้นมาหมายมั่นสาวเจ้า
สาวเจ้าเข้าใจในเหตุผลของคนรักจึงบอกว่าไปเถิดข้าเจ้า (น้อง) จะรอ จากวันเป็นเดือน
จากเดือนเป็นปี ผู้บ่าวก็ไม่กลับมาแม้แต่ข่าวคราวสาวเจ้าก็ไม่ได้รับ
เธอไม่แม้แต่สักนิดที่จะคลางแคลงใจว่าคนรักจะลืมเลือนหรือแปรใจให้คนอื่น
เสียแล้วหรือแม้แต่ว่าเขาได้ล้มหายตายจาก เธอยังคงรอด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง
ทุกคืนก่อนนอนเธอจะไหว้พระ อธิษฐานให้คนรักกลับคืน จนถึงเวลาที่เธอต้องละสังขาร
ด้วยจิตที่ยังผูกพัน
วิญญาณเธอจึงลอยไปหุ้มห่มเป็นขนสีดำเหมือนความเศร้าในจิตใจกับกิ่งก้านดอกเอื้องแซะ
ยามดอกบาน จะส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกพิกุล แต่ไม่ใช่แต่หอมแบบลึกลับ ชวนหลงใหล
กลิ่นหอมจะขจรขายไปตามสายลม สาวใดได้กลิ่นนั้นก็เหมือนกับว่าได้มาไว้แซมผม