ป๋าเวณีเลี้ยงดง ผีปู่แสะ-ย่าแสะ

การเลี้ยงดง ผีปู่แสะ-ย่าแสะ

การเลี้ยงผีประจำปีในเดือนเก้าเหนือ ก็คือผีปู่แสะย่าแสะ
ตำนานมีอยู่ว่า...."

ในอดีตมีเมืองหนึ่งชื่อ บุพพนคร เป็นเมืองชนเผ่าลัวะ ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำปิงและดอยอ้อยช้าง
ชาวบ้านแห่งนี้อยู่กันแบบไม่เป็นสุขเพราะถูกยักษ์ ๓ ตน ยักษ์พ่อแม่ลูก
จับเอาชาวเมืองไปกินทุกวันๆ จนชาวเมืองต้องหนีออกจากเมืองเนื่องจากกลัวะยักษ์
ต่อมาพระพุทธเจ้า รับรู้ความเดือดร้อนของชาวเมืองลัวะ จึงได้เสด็จมาโปรดและแสดงอภินิหาร
แสดงธรรม ให้ยักษ์สามตนได้เห็น จนยักษ์สามตนนั้นเกิดความเลื่อมใส
และให้ยักษ์ทั้งสามตนสมาทานศีลห้าสืบไป

ต่อมายักษ์ทั้งสามตนนึกได้ว่าพวกตนเป็นยักษ์ต้องประทังชีวิตด้วยการกินเนื้อ
จึงได้ขอพระพุทธเจ้ากินควายปีละ ๑ ตัว พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบ ให้ไปถามเจ้าเมืองเอา
ว่าแล้วพระพุทธเจ้าก็เสด็จออกจากดอยคำหั้นไป
ยักษ์ทั้งสามตนจึงได้ไปขอกับเจ้าเมืองลัวะ ซึ่งทางเจ้าเมืองก็ได้นำควายมาถวายให้ปีละ ๑ ตัว
และยักษ์ก็จะดูแลชาวบ้านชาวเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุขสืบไป
ยักษ์ตัวพ่อชื่อปู่แสะ ยักษ์ตัวแม่ชื่อย่าแสะ หลังสิ้นสมัยปู่แสะย่าแสะแล้ว
ชาวบ้านชาวเมืองก็ยังเกรงกลัวอิทธิฤทธิ์อยู่และหวังให้ปู่แสะย่าแสะ ช่วยกันรักษาพระพุทธศาสนา
พร้อมช่วยกันดูแลชาวบ้านชาวเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุข จึงได้มีพิธีเซ่นดวงวิญญานที่เรียกกันว่า
เลี้ยงดง
ต่อนั้นมาทุกๆ ปีเมื่อเถิงเดือนเก้าออกของเมืองล้านนา
ชาวบ้านที่เกี่ยวข้องจะเอาผืนผ้ามาแต้มเป็นรูปพระบฏให้ดูเหมือนพระพุทธเจ้า
เสด็จมาร่วมพิธีกรรมเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะ หรือชาวบ้านเรียกผืนผ้ากันว่า ตุงพระบฏ
มาแขวนให้แกว่งไปมาเหมือนดั่งภาพมีชีวิต


ส่วนเครื่องพลีกรรมผีปู่แสะย่าแสะ

ที่สำคัญคือควายกีบเผิ้ง (ควายหนุ่มที่มีกีบเท้าสีเหลือง เขาควายยาวเท่าหู
แต่ปัจจุบันบางครั้งก็ใช้ควายตัวโต) พร้อมกับเครื่องพลีกรรมอื่นๆ กล้วย อ้อย ของหวาน
สถานที่คือดงหลวงใกล้ๆกับดอยคำ ทิศใต้ของดอยสุเทพ นครเชียงใหม่

ภาพด้านล่างนี้อาจทำให้ท่านและไม่เห็นด้วยสยองขวัญควรใชิวิจารณญาณในการดู
แต่ก็เป็นประเพณที่ปฏิบัติกันมาแต่โบราณ