สัตตภัณฑ์ พุทธศิลป์ล้านนาที่กำลังอ่อนแรง

สัตตภัณฑ์ พุทธศิลป์ล้านนาที่กำลังอ่อนแรง

มาบัดนี้หน้านั้นได้ถูกละเลยจนกระทั่งกลายเป็นของเก่าที่ถูกขายไปตามร้านของเก่าทั่วไป
หรือไม่ก็กลายเป็นเครื่องตกแต่งตามสถานที่ต่างๆ เช่น โรงแรม ทั่วไป
เพียงเพราะคนล้านนา ได้รับเอาอิทธิพลของคนไทยภาคกลางมายึดถือปฎิบัติ
จนหลงลืมของมีค่าทางด้านศิลปะของตนไป

โต๊ะหมู่บูชา ได้เข้ามาแทนที่ จนลูกหลานล้านนาเห็นสัตตภัณฑ์เป็นของแปลกไป
สัตตภัณฑ์ ส่วนมากจะทำด้วยไม้แกะสลักลวดลายเป็นรูปสัตว์ พันธุ์พฤกษา
ตามศิลปะล้านนาที่ทรงค่า ที่นิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นรูปพญานาค
นอกจากช่างจะแกะสลักไม้แล้วยังมีการลงรักปิดทองประดับกระจกสี
ด้านบนจะเป็นเชิงเทียนรวม ๗ อัน สัตตภัณฑ์และเชิงเทียนทั้ง ๗ อัน

มีผู้ให้ความหมายด้านรูปลักษณ์ ว่าหมายถึง ภูเขาทั้ง ๗ ที่ตั้งรายล้อมภูเขาพระสุเมรุ
อันหมายถึงสวรรค์ที่ประทับของเหล่าเทพเจ้า และบรรดาเทวดาทั้งหลาย อันประกอบด้วย
ภูเขาลูกที่ ๑ (นับจากปลายยอดวนซ้าย) ชื่อ ยุคันทร 
ภูเขาลูกที่ ๒ ชื่อ อิสินธร
ภูเขาลูกที่ ๓ ชื่อ สุทัสนะ
ภูเขาลูกที่ ๔ ชื่อ วินันตกะ
ภูเขาลูกที่ ๕ ชื่อ อัศกัณนะ
ภูเขาลูกที่ ๖ ชื่อ เนมินทร
ภูเขาลูกที่ ๗ ชื่อ กรวิก

ที่มา : ๑. การสัมภาษณ์ นายเกษม สิทธิ มัคคุเทศก์วัดพระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง
๒. บทความสัตตภัณฑ์และตุงกระด้าง เลขที่บทความ AT-221 Website Lannacorner.net
๓. ครูแผน เพื่อการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย ศิลปกรรมสากล และความสัมพันธ์จากอดีตสู่ปัจจุบัน
ในฐานะลูกหลานชาวล้านนาคนหนึ่งจึงอยากจะเชิญชวน รณรงค์ให้ สัตตภัณฑ์ได้กลับมาทำหน้าที่ที่เคยทำในวัฒนธรรมล้านนาอีกครั้งหนึ่งและตราบนานเท่านาน

ภาพประกอบโดย คุณโกเมน ส่งสการดอทคอม