
คำขวัญประจำเมืองเชียงแสน
ถิ่นอมตะ พระเชียงแสน แดนสามเหลี่ยม เยี่ยมน้ำโขง จรรโลงศิลปะ
อาณาจักรโยนก เชียงแสน
ในตำนานและพงศาวดารล้านนา
ราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๓ มีพวกลัวะ หรือ ละว้า ตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณใกล้ดอยตุง
มีปู่เจ้าลาวจกหรือลวจักราช เป็นหัวหน้า (จกคือจอบขุดดิน)
ต่อมาได้สร้างบ้านเมืองในทุ่งราบเรียกชื่อว่า
หิรัญนครเงินยางเชียงแสน
ลูกหลานของปู่เจ้าลาวจกหรือลวจักราช ได้ขึ้นครองเมืองต่อเนื่องกันมาหลายสิบคน
และได้มีการสร้างเมืองใหม่เรียกว่า ภูกามยาว หรือ พะเยา มีผู้ครองเมืองต่อมาหลายคน
จนถึง ขุนเจือง (พุทธศตวรรษที่ ๑๗) และ พญางำเมือง
อาณาจักรหิรัญนครเงินยางเชียงแสน หรือ อาณาจักรเงินยางนี้ ประกอบด้วย
เมืองเงินยาง เมืองไชยนารายณ์ เมืองล้านช้าง และ เมืองเชียงรุ้งในสิบสองพันนา
พงศาวดารโยนก
พุทธศตวรรษที่ ๑๑๑๘ นั้นในพงศาวดารโยนก ได้กล่าวไว้ว่า ได้เกิดชุมชนนครสุวรรณโคมคำ
เมืองโยนกนาคนคร เชียงแสน และอาณาจักรล้านนาไทยขึ้น
บริเวณลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำกก แม่น้ำอิง และแม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน
ตั้งแต่สิบสองปันนาลงมาจนถึงเมืองหริภุญชัย (ลำพูน) นั้นได้มีเจ้าผู้ครองนครคนสำคัญ
คือ พญาสิงหนวัติ พระเจ้าพังคราช พระเจ้าพรหม และ พญารายมหาราช
(ครองราชย์ที่เมืองเงินยางเมื่อ พ.ศ. ๑๘๐๔)
สถาปนาเมือง
พญาสิงหนวัติได้ สถาปนาเมืองโยนกนาคพันธุสิงหนวัตินครขึ้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง
ดินแดนที่ราบในเมืองเชียงราย ใน พ.ศ. ๑๑๑๗ โดยทำการแย่งชิงดินแดนมาจากพวก
ที่มีอิทธิพลอยู่ก่อนคือ พวกขอมดำ หรือ กล๋อม ที่พากันหนีไปตั้งหลักแหล่งอยู่ทางใต้
บริเวณถ้ำอุโมงค์เสลานคร พญาสิงหนวัติ ทรงรวบรวมพวกมิลักขุหรือคนป่าคนดอย
เข้ามาอยู่ในอำนาจของเมืองโยนกนาคนคร มีอาณาเขตทิศเหนือจดเมืองน่าน
ทิศใต้จดปากน้ำโพ ทิศตะวันออกจดแม่น้ำดำในตังเกี๋ย ทิศตะวันตกจดแม่น้ำสาละวิน
มีเมืองสำคัญ คือ เมืองเวียงไชยปราการ อยู่บริเวณแม่น้ำฝาง และ แม่น้ำกก
ดินแดนทางใต้สุด คือ ที่เมืองกำแพงเพชร
อาณาจักรโยนกนาคนครนี้มีพระเจ้าแผ่นดินหลายพระองค์ เช่น
พระเจ้าพิงคราช พระเจ้าพรหม พระเจ้าชัยสิริ ต่อมาประมาณ พ.ศ. ๑๕๕๒
อาณาจักรโยนกนาคนคร ในสมัยพระเจ้ามหาชัยชนะ ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน
เนื่องมาจากพนังกั้นน้ำ หรือ เขื่อนเหนือน้ำพังทลายลง จนทำให้ที่ตั้งเมืองกลายเป็นหนองน้ำใหญ่
(เข้าใจว่าจะเป็นบริเวณที่เรียกว่าเวียงหนองล่ม บ้านท่าข้าวเปลือก
ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากทะเลสาบเชียงแสน และบริเวณที่แม่น้ำกกต่อกับแม่น้ำโขง
ใกล้วัดพระธาตุผาเงาและพระธาตุดอยตุง จังหวัดเชียงราย)
จนเป็นเหตุให้บรรดาราชวงศ์กษัตริย์และขุนนางของโยนกนาคนครเสียชีวิตด้วยเหตุ
น้ำท่วมเมืองทั้งหมด พวกชาวบ้านที่เหลือรอดชีวิตได้ประชุมปรึกษากันเลือกตั้งให้
คนกลุ่มหนึ่งที่มิใช่เชื้อสายราชวงศ์ขึ้นดูแลพวกตน เรียกว่า ขุนแต่งเมือง
และเรียกชุมชนแห่งนั้นว่า เวียงปรึกษา เป็นเวลาต่อไปอีก ๙๔ ปี
อาณาจักรโยนกนาคนครจึงสิ้นสุดลงเพราะเกิดแผ่นดินไหวในสมัยพระมหาชัย
หลังจากเวียงปรึกษาได้ปกครองพื้นที่แถวๆนั้นได้ ๙๓ ปี ก็เป็นอันอวสานของเวียง
เนื่องจากเมื่อปี พ.ศ. ๑๑๘๑ พระยากาฬวรรณดิศ ราช หรือ พญาอนิรุทธ
กษัตริย์แห่งทวารวดีได้เสด็จขึ้นมาสนับสนุนพญาลวจักรราช
ผู้มีเชื้อสายของปู่เจ้าลาวจก หรือ ผู้ที่ขายดอยตุงให้นครโยนกนาคพัน
สร้างพระธาตุดอยตุง ขึ้นเป็นกษัตริย์ ของเวียงปรึกษา พญาลวจักรราช
จึงตั้งชื่อให้ราชวงศ์ใหม่ของพระองค์นี้ว่า ราชวงศ์ลวจักรราช หรือ ราชวงศ์ลาว
หลังจากขึ้นครองราชเป็นกษัตริย์ พระองค์จึงทรงเปลี่ยนนามจากเวียงปรึกษา
เป็นเมืองหิรัญนคร โดยมีศูนย์กลางอยู่แถวๆแถบแม่น้ำสาย และดอยตุง ในเขตอำเภอแม่สาย
จังหวัดเชียงราย หลังจากนั้นในสมัยพระเจ้าลาวเคียง พระองค์ได้สร้างเมืองเงินยาง
หรือ เมืองเชียงแสน หรือ ตรงเวียงเชียงแสนในปัจจุบัน และย้ายเข้าไปปกครองที่นั่น
มีกษัตริย์ปกครองสืบเนื่องมาอีกถึง ๖๒๑ ปี รวม ๒๔ รัชกาล
ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เกิดขึ้นเมื่อ พญาลาวเมง พระบิดาของ พญามังราย
ทรงสร้างเมืองเชียงราย และ พญามังรายขึ้นครองราชเป็นกษัตริย์ พระองค์ที่ ๒๕
ของหิรัญนครเงินยางเชียงแสนในปี พ.ศ. ๑๘๐๕ พระองค์ทรงมีแนวพระราชดำริ
จะรวบรวมแคว้นน้อยใหญ่ในอาณาบริเวณเดียวกันให้เป็นปึกแผ่น
เมื่อพระองค์ได้ทรงขึ้นครองราช พระองค์ก็ได้โปรดให้เมืองเชียงราย เป็นราชธานีแห่งใหม่
เป็นการสิ้นสุดราชวงศ์ลวจักรราช แห่ง หิรัญนครเงินยาง เริ่มต้น ราชวงศ์มังราย
แห่งอาณาจักรล้านนา
พระยาลวจักรราช นั้นคาดว่าเดิมมีอำนาจอยู่ในเมืองเชียงลาว บริเวณดอยตุง และ แม่น้ำสาย
ต่อมาจึงได้ขยายมาสู่เมืองเงินยาง หรือ เงินยัง ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง พระองค์
มีราชบุตร ๓ พระองค์ ได้แก่ ลาวครอบ ลาวช้าง และ ลาวเก๊าแก้วมาเมือง
โดยให้บุตรของพระองค์ครองเมืองดังนี้
* ลาวครอบ ครอง เมืองเชียงของ
* ลาวช้าง ครอง เมืองยอง
* ลาวเก๊าแก้วมาเมือง ครอง เมืองเชียงลาว
สืบต่อมา กษัตริย์ราชวงศ์นี้มีกษัตริย์สืบต่อมาถึง ๒๔ องค์
ในระหว่างนั้นหลายองค์ได้มีการส่ง ราชบุตรของตนออกไปครองเมืองต่าง ๆ เช่น
พะเยา เชียงของ เชียงคำ ล้านช้าง น่าน ฯลฯ
ดังนั้น เมืองทั้งหลายเหล่านี้จึงเป็นเครือญาติกัน
รายพระนามกษัตริย์ผู้ครองเมืองเชียงแสน
ยุคเมืองหิรัญนคร
๑. พญาลวจักราช (ลาวจก)
๒. พญาลาวเก๊าแก้วมาเมือง
๓. พญาลาวเส้า (ลาวเสา)
๔. พญาลาวตัง (ลาวพัง)
๕. พญาลาวกลม (ลาวหลวง)
๖. พญาลาวเหลว
๗. พญาลาวกับ
๘. พญาลาวคิม (ลาวกิน)
ยุคเมืองเงินยาง
๑. พญาลาวเคียง
๒. พญาลาวคิว
๓. พญาลาวเทิง (ลาวติง)
๔. พญาลาวทึง (ลาวเติง)
๕. พญาลาวคน
๖. พญาลาวสม
๗. พญาลาวกวก (ลาวพวก)
๘. พญาลาวกิว (ลาวกวิน)
๙. พญาลาวจง
๑๐. พญาจอมผาเรือง
๑๑. พญาลาวเจิง (ลาวเจื๋อง)
๑๒. พญาลาวเงินเรือง
๑๓. พญาลาวซิน (ลาวชื่น)
๑๔. พญาลาวมิง
๑๕. พญาลาวเมือง (ลาวเมิง)
๑๖. พญาลาวเมง (พระบิดาพญามังราย แห่งล้านนา)

ในปี พ.ศ. ๒๔๑๓ รัชสมัยพระเจ้าอินทวิชยานนท์ (พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่)
ได้ทรงส่งใบบอกข้อราชการไปยังกรุงเทพมหานครว่า มีชาวพม่า ไทลื้อ และ ไทเขิน
จากเมืองเชียงตุงประมาณ ๓๐๐ ครอบครัวได้อพยพลงมาอยู่เมืองเชียงแสน
และตั้งตนเป็นอิสระไม่ยอมอยู่ใต้การ ปกครองของสยามและล้านนา
จึงแต่งคนไปว่ากล่าวให้ถอยออกจากเมือง ถ้าอยากจะอยู่ ให้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชา
ของเมืองเชียงรายและนครเชียงใหม่ แต่ก็ไม่ได้ผล ไม่มีใครยอมออกไป
ในปี พ.ศ. ๒๔๑๗ พระเจ้านครเชียงใหม่จึงทรงเกณฑ์กำลัง ๔,๕๐๐ คน จากเมืองต่าง ๆ
ยกทัพจากนครเชียงใหม่มาเมืองเชียงราย และ เมืองเชียงแสน
ไล่ชนเหล่านั้นออกจากเมืองเชียงแสน จึงทำให้เชียงแสนกลายเป็นเมืองร้าง
จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๒๓ ได้ทรงให้เจ้าอินต๊ะ ราชโอรสในพระเจ้าบุญมาเมือง
พระเจ้าผู้ครองนครลำพูนมาเป็นเจ้าเมือง (ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์) องค์แรก
และให้พระเจ้าผู้ครองนครลำพูนทรงเกณฑ์ราษฎรจากหลาย ๆ เมือง ประมาณ ๑,๕๐๐ ครอบครัว
ขึ้นมาตั้งรกราก "ปักซั้งตั้งถิ่น" อยู่ที่เมืองเชียงแสนจวบจนถึงปัจจุบัน
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๔๒ ทางราชการได้ย้ายศูนย์การปกครองเมืองไปอยู่ที่ ตำบลกาสา
เรียกชื่อว่า อำเภอเชียงแสน ส่วนบริเวณเมืองเชียงแสนเดิมถูกยุบลง เป็น กิ่งอำเภอเชียงแสนหลวง ขึ้นกับอำเภอเชียงแสน
และ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น
กิ่งอำเภอเชียงแสน ในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ (โดยอำเภอเชียงแสนซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลกาสานั้น
คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่
ภาพประกอบบางภาพเป็นลิขสิทธิ์ของ คุณ doiman / ( กรณ์ )
จาก เชียงใหม่ร้อยแปด