ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม มหัศจรรย์แห่งผ้าทอบนแผ่นดินล้านนา

ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม มหัศจรรย์แห่งผ้าทอบนแผ่นดินล้านนา เมืองแจ๋ม ในอดีต
หรือ อำเภอแม่แจ่ม ในปัจจุบัน
ถือได้ว่าเป็นชุมชนหนึ่งที่มีการทอผ้าซิ่นตีนจกกันมากที่สุด
ผ้าทอของแม่แจ่มมีเอกลักษณ์ในการทอหรือจกในลักษณะการคว่ำลาย
ทำให้ลวดลายที่ได้สวยงาม ปราณีต เฉพาะแบบไม่เหมือนใคร
ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่มยังถือเป็นศิลปหัตถกรรมท้องถิ่นล้านนา
ที่สืบทอดเป็นมรดกทางวิถีชีวิตและวัฒนธรรม

การทอผ้าตีนจกถือได้ว่าเป็นวิถีชีวิตของผู้คนที่นั่นอย่างชัดเจนที่สุด
นับตั้งแต่ที่แม่ญิงแม่แจ่มเริ่มเรียนรู้วิธีการทอผ้าในวัยสาวจนกระทั่งถึงบั้นปลายของชีวิต
พวกเธอก็ยังทอผ้าอยู่เสมอที่เห็นได้ชัดเมื่อเวลามีงานบุญสำคัญต่างๆ
แม่ญิงชาวแม่แจ่มก็จะนำผ้าตีนจกมานุ่งกัน ผ้าซิ่นตีนจกเป็นมรดกจากบรรพบุรุษมาแต่โบราณกาล
อันเกิดจากการประดิษฐ์คิดค้น และสร้างลวดลายขึ้นบนผืนผ้าด้วยการจก
คือ การสอดหรือควักเส้นฝ้ายสีต่าง ๆ ที่พุงสลับกันเพื่อให้เกิดเป็นรูปและลวดลายต่าง ๆ ขึ้นมา
โดยใช้ขนเม่น โลหะ หรือ ไม้ปลายแหลมเป็นเครื่องมือ

ซิ่นตีนจกนับเป็นงานทอผ้าที่มีกรรมวิธีการผลิตอันยาวนานมีสีสันและลวดลายที่วิจิตรงดงาม
เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งแสดงออกถึงความเพียรพยายาม
ความละเอียดประณีต ในจิตใจของผู้ถักทอ จากสภาพสังคมที่สงบสุข ธรรมชาติที่งดงาม
หล่อหลอมและสร้างสรรค์งานหัตถกรรมที่ทรงคุณค่านี้มาช้านานแล้ว

การทอผ้าซิ่นตีนจกของชาวแม่แจ่มผูกพันลวดลายต่างๆ ไว้กับพระพุทธศาสนา
ในขณะที่แม่ญิงชาวแม่แจ่มนั่งฟังธรรมอยู่บนวิหารหลวงนั้น ลวดลายจกต่างๆก็ถูกรังสรรค์ขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น

๑. ลายนกนอนกุม
๒. ลายนาคกุม
๓. ลายหงส์ดำขันเชียงแสน
๔. ลายหละกอนหลวง
๕. ลายหละกอนหลาง
๖. ลายหละกอนน้อย
๗. ลายหงส์บี้
๘. ลายหงส์ปล่อย
๙. ลายหงส์ดำขันหละกอน
๑๐. ลายนกกุม
๑๑. ลายขันสามแอว
๑๒. ลายโกมรูปนก
๑๓. ลายขันแอวอ
๑๔. ลายขันเสี้ยนสำ
๑๕. ลายฟันปลาในนกนอน

ในสมัยที่ราชวงศ์เชียงใหม่ยังไม่ล่มสลาย ซิ่นตีนจกดิ้นเงินดิ้นทอง
ถูกถักทอส่งเป็นเครื่องบรรณาการสู่ราชสำนัก
ซิ่นตีนจกดิ้นเงินดิ้นทอง ผู้ที่นุ่งได้ต้องเป็นเจ้านายเชื้อพระวงศ์ของพระเจ้าเชียงใหม่
ส่วนชาวบ้านทั่วไปนุ่งได้เฉพาะผ้าซิ่นตีนจก ที่ทอด้วยฝ้ายเท่านั้น
ซิ่นตีนจกแม่แจ่ม มีบทบาทเกี่ยวข้องกับชีวิตของแม่ญิงแม่แจ่มทุกคนตั้งแต่เกิดจนกระทั่งละสังขารจากโลกนี้ไป
แม่ญิงแม่แจ่มทุกคนต้องมีซิ่นตีนจกอย่างน้อยคนละ ๑ ผืน
เพื่อใช้นุ่งไปทำบุญและร่วมงานเทศกาลสำคัญต่าง ๆ
และเนื่องจากขั้นตอนในการทอซิ่นตีนจกแต่ละผืนต้องใช้เวลาที่ยาวนาน
ผู้เป็นเจ้าของจึงทะนุถนอมเอาใจใส่ในการดูแลและเก็บรักษาค่อนข้างมาก
เพื่อที่จะได้แบ่งให้ลูกหลานเอาไว้ใช้ต่อไป รวมทั้งนำไปถวายทานแก่พระภิกษุสงฆ์
เมื่อตนเองได้ละจากโลกนี้ไปแล้ว ซึ่งบุญกุศลเหล่านี้จะส่งผลให้ผู้ตาย
จะได้มีซิ่นตีนจกใส่ในอีกโลกหนึ่งด้วย
ในวาระสุดท้ายของชีวิตของแม่ญิงชาวแม่แจ่มจะต้องมีผ้าซิ่นตีนจกหนึ่งผืนใส่ยามละสังขาร
และเผาไปพร้อมกับเจ้าของ เพื่อจะได้ใส่ไปกราบไว้พระเกตุแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ประเพณีความเชื่อเช่นนี้ชาวแม่แจ่มยังคงยึดถือปฏิบัติกันมาจนถึงทุกวันนี้

รายการที่เกี่ยวกับ ซิ่นตีนจกแม่แจ่ม