แจ่ง (ป้อมมุมเมือง) พระนครเชียงใหม่

คำ ว่า "แจ่ง" ของทางเมืองเหนือ หมายถึง "มุม" อย่างคำว่า
"สี่แจ่งเวียง" ก็คือ "สี่มุมเมือง"
ดังนั้นป้อมปราการของนครเชียงใหม่นับตามกำแพงเมืองชั้นใน
มี ๔ ป้อม ทั้งหมด ๔ ป้อม มีชื่อเรียกดังนี้

๑. แจ่งศรีภูมิ เดิมชื่อ แจ่งสะหลีภูมิ คือ มุมที่เป็นศรีแห่งนคร อยู่ทางทิศอีสานของชัยภูมิเมือง เมื่อพญามังรายทรงสร้างเมืองเชียงใหม่ โปรดให้ขุดคูก่อกำแพงเมืองทางด้านนี้ก่อนแล้ววนไปทางทิศใต้ เวียนไปทางทิศตะวันตก ทางทิศเหนือ จนมาบรรจบแจ่งศรีภูมิ

๒. แจ่งขะต๊ำ อยู่ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ยังไม่ทราบความหมายของคำว่า "ขะต๊ำ" แน่ชัด คำว่า "ขะต๊ำ" เป็นเครื่องจับปลาชนิดหนึ่ง อาจเป็นเพราะมุมเมืองด้านนี้อยู่ต่ำสุด จะสังเกตเห็นได้จากน้ำในคูเมืองที่มุมเมืองด้านนี้จะมีน้ำเต็มปริ่มอยู่เสมอ และอาจมีปลา ชุกชุมมีคนเอา "ขะต๊ำ"มาดักปลามากมาย จึงเลยเรียกกันว่า "แจ่งขะต๊ำ" ก็ได้ ทั้งนี้เป็น เพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น

๓. แจ่งกู่เฮือง อยู่ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตรงข้ามโรงพยาบาลโรคจิต (สวนปุง)
ตามตำนานโยนกกล่าวว่า เจ้าขุนเครืออนุชาของเจ้าสงครามคิดกบฎ
ชิงเอาราชสมบัติเมืองเชียงใหม่จากเจ้าท้าวแสนภูพระนัดดาซึ่งครองเมืองเชียงใหม่อยู่
เจ้าแสนภูไม่ต่อสู้แต่หนี ไปยังเมืองเชียงราย
เจ้าชัยสงครามพระเชษฐาซึ่งครองเมืองเชียงรายอยู่ทรงพิโรธ
จึงให้เจ้าน้ำท่วมพระอนุชาของเจ้าแสนภูยกกองทัพมาปราบปรามเจ้าขุนเครือ
เจ้าน้ำท่วมจับเจ้าอาว์ได้ จึงแจ้งข้อราชการให้เจ้าชัยสงครามพระราชบิดาทรงทราบ
เจ้าชัยสงครามให้เอาเจ้าขุนเครือไปกักขังไว้ที่มุมเมืองด้านนี้
และให้หมื่นเรืองเป็นผู้รักษาควบคุม ต่อมาหมื่น เรืองถึงแก่กรรม
ได้สร้างกู่บรรจุอัฐไว้ทางมุมเมืองด้านนี้ จึงเรียกว่าแจ่งกู่เฮืองมาตราบทุกวันนี้

๔. แจ่งหัวลิน อยู่ทางมุมเมืองทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ มีถนนสายห้วยแก้วผ่าน
คำว่า "ลิน" หมายถึงรางน้ำ แจ่งหัวลิน หมายถึงมุมเมืองที่เป็นต้นร่องน้ำที่ไหลเข้าไป
หล่อเลี้ยงตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งน้ำที่เอาเข้าเมืองนั้นมาจากห้วยแก้ว ดอยสุเทพ

ภาพแจ่งศรีภูมิ แจ่งที่เป็นศรีแห่งนคร